ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
bulletSaimittechnology College
bulletSaimittechnology Korat
bulletSaimit Nongbunmak
bulletSuppawit School




หลักสูตรสองภาษา

 




 
Speak English with Confidence 

 Bilingual(2 ภาษา)  

1. ครูทุกคนมีส่วนร่วมสอน Englishบูรณาการเข้าทุกกลุ่มสาระวิชา
2. ทุกครั้งที่สอน (ทุกวิชา ทุกชั่วโมง) ให้ใช้ภาษาอังกฤษแทรกเข้าไปในกระบวนการเรียนการสอน ประมาณ 3 - 5 นาที/ 1ชั่วโมง
3. Englishให้บูรณาการเข้าไปในรูปแบบดังนี้
 - ใช้คำทับศัพท์ที่เป็น Englishที่มีอยู่ในภาษาไทย มีอยู่รอบตัวเรา ทุกขณะ ทุกเวลา ทุกสถานที่ ที่ทุกคนเข้าใจ โดยไม่ต้องแปล
   เช่น Bank / Computer / T.V. / A.T.M / Note book / Hello / good bye / coffee เป็นต้น (“Home & School”)
 - ใช้คำอังกฤษในกลุ่มวิชาที่ครูสอนในวิชานั้นมาใช้บ่อย เช่น (“English through Subjects”)
  * Math (วิชาคณิตศาสตร์) ใช้ number one  ใช้คำถาม ที่ครูอ่านให้ฟัง เช่นOne and One is . . . . . . . และนักเรียนตอบโจทย์เป็น
การเขียนลงกระดาษ เป็นตัวเลขอารบิค ตัวเลข หรือ  เขียน  TWO  ก็ได้ ถ้าเด็กมีเวลามากก็เปลี่ยนไห้เด็กเป็นคนตั้งโจทย์เอง
หมุนเวียนสลับกันไป ตามความยากง่ายของระดับชั้น ( อาจใช้กลุ่ม Buddy ช่วย โดยเปลี่ยนไปทุกครั้ง ทุกกลุ่ม) วิธีนี้คุณครู
เป็นผู้จัดการ / ประสานงาน ให้เด็กรู้จักการ และเพิ่มความเป็นผู้นำกล้าแสดงออกด้วย
  * Art /Song (วิชาศิลปะ/เพลง) ใช้ color red blue
  * Physical Education (วิชาพละ)ใช้ running jogging
 * Computer (วิชาการงานและเทคโนฯ)ใช้ enter keyboard
4. การสอน 3 - 5 นาที ในแต่ละชั่วโมง ไม้จำเป็นต้องติดต่อกัน อาจแทรกเข้าไปได้ทุกระยะของการสอนคำใดพอ
    ใช้เป็น Englishได้ ก็พูด (บางที คนอื่นอาจจะวิจารณ์ ทำไมใช้ภาษาไทยคำ อังกฤษคำ ก็ได้ แต่คุณครูต้องเข้าใจว่า
    นี่เรามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษ)เช่น ตัวอย่างภาคบ่าย เด็กง่วงก็ต้องใช้เพลง Simon saysให้ลุกขึ้น
    ยืน นั่ง จับหัว เป็นต้น
 5. Greeting ตั้งแต่ต้นชั่วโมง ทักทายเป็น English (“Conversation Cards”)
                Student :  Good morning teacher?
                Teacher:  Good morning boys / girls.
                Student :  How are you today?
                Teacher:  I am   
fine
good
O.K.
so so
                   , thank you, and you? 

 

 

ตัวอย่างนักเรียนภาค  Mini English Program  ที่มีความสามารถด้านภาษา

ส่งเสริมการอ่าน / เขียน
 
Reading                

-                    Thai + English
-                    ห้องสมุด
-                    ครูนำมาอ่านให้ฟัง
-                    นักเรียนหามาอ่านเอง / อ่านหนังสือรอ ขณะเรียน
-                    นักเรียนอ่านหนังสือหน้าชั้นเรียน / ยืนอ่าน
-                    สรุปหนังสือ บทความที่เรียน
-                    ตัดข่าว หาข่าว ในหนังสือพิมพ์ โดยเฉพาะคำทับศัพท์ (คำที่ชอบใช้กัน)
 
Writing
-                    Diary บันทึกความทรงจำ (เป็นไทยปนอังกฤษ)
-                    บันทึกหลังเรียน เขียนภาษาไทย แต่คำไหนถ้าเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้
               พยายามเขียนเลย
 

*** ทำเดี๋ยวนี้ อย่ารอ อย่าผลัด พูดผิด ดีกว่าไม่พูด
*** ฟังคนพูด ก็พูดไม่ได้ ถ้าไม่อ้าปากพูดเอง
*** ดูคนว่ายน้ำทั้งปี อ่านหนังสือการว่ายน้ำ 100 เล่ม ก็ว่ายไม่ได้ ถ้าไม่ลงไปในน้ำและว่ายน้ำ
*** ไม่ได้มีทางลัดใดเลย ที่จะพูดได้ ถ้าไม่ลงมือพูด วันนี้ เดี๋ยวนี้ ขณะนี้
 
 
"ทำไมคนไทยถึงไม่ค่อยยอมพูดภาษาอังกฤษกัน      ทั้งที่เรียนกันมาเยอะมากในชีวิต ??? "
                                                                         (Christopher Wright)
 
The first reason: One Way Communication
เหตุผลแรกคือ เติบโตในโรงเรียนที่มีการสื่อสารแบบทางเดียว
ครูทำหน้าที่สื่อสาร ส่วนนักเรียนก็รับอย่างเดียว ไม่ค่อยมีโอกาส
ได้โต้ตอบกลับไป โตขึ้นจึงชินกับการไม่ค่อยกล้า ไม่มั่นใจ
 
The second reason: Fear (ความกลัว)
The wrong answer is better than no answerตอบผิดดีกว่าไม่ตอบ
                      การกลัว ไม่มั่นใจความคิดและฝีมือตัวเอง กลัวหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ คุณก็เลยเลือกที่จะไม่พูดดีกว่า
          นั่นคือความคิดที่ผิดมาก     มีสำนวนอังกฤษบอกว่า    “the  wrong  answer  is  better  than  no  answer.,
          You  learn  best  from your experiences and mistakes”   และ   “Practice makes perfect.”  คำตอบที่ผิด
         ดีกว่าไม่มีคำตอบ  การเรียนรู้ที่ดีที่สุด   คือเรียนรู้จากประสบการณ์และความผิดพลาดของเรา      ขอให้จำ
        ไว้ว่าภาษาอังกฤษไม่ได้มีไว้เพื่อวัดระดับว่าใครเก่งไม่เก่ง  แต่มีไว้สื่อสารให้เข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีงาม
 
The third reason: Thinking Too Much
          No Grammarอย่าคิดถึงหลัก Grammarมากเกินไป
          ชอบคิดมากเกี่ยวกับกฎ กติกา มารยาทของภาษา เราถูกสอนให้ใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามหลัก Grammar
          จนพูดภาษาอังกฤษแบบชาวบ้านๆไม่ได้ อย่าคิดถึงหลัก Grammarมากเกินไป  เพราะมันจะเป็นอุปสรรคที่
          ทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
ตัวอย่าง
I eat yesterday หรือ I eat tomorrow ทั้งสองประโยคผิดหลัก Grammarเพราะต้องเขียนว่า I ate yesterday หรือ
I will eat tomorrowแต่ถ้าถามว่าเข้าใจหรือไม่  ก็เข้าใจ ว่า กินเมื่อวานนี้ หรือ กินพรุ่งนี้ เพียงแต่ขอให้กล้าพูด
ก่อนเท่านั้น
 
The forth reason: Too Stressed Out
                    “อย่าเคร่งเครียด” กับการเรียนภาษาอังกฤษมากเกินไป คนส่วนใหญ่จึงหมดความพยายามและคิดว่ามัน
            ยากน่าเบื่อ  ถ้าคุณอยากพูดภาษาอังกฤษให้ได้มากขึ้นละก็   คุณจะต้องมีความสุข  สนุกไปกับมัน และ
            ชอบที่จะใช้มันให้มากเท่าที่จะทำได้ในชีวิตประจำวัน
            คุณอย่าลืมว่าคนไทยไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ซึ่งบางทีมันก็ไม่ถูกเป๊ะ 100%
 
 


หน้า 1/1
1
[Go to top]



" Make English Easy "